counter 5,283

1 Litre of tears...

วันนี้ จะทำตัวเป็นเจ๊ดัน ขอหน่อยเหอะ สำหรับซีรีย์ในดวงใจเรื่องนี้

ichi rittoruno namida.......1 Litre of tears.......

 

 

1 Litre of Tears

นำเสนอทาง
: ช่อง ไทยทีบีเอส
ออกอากาศ : วันจันทร์ อังคาร เวลา  20.30 น.
เริ่มออกอากาศ : วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2551 



         ละครเรื่อง 1 Litre of Tears สร้างขึ้นมาจาก ไดอารี่ 1 Litre of Tears ที่ คิโตะ อายะ เด็กผู้หญิงที่ต่อสู้กับโรคร้ายมาตลอดได้บันทึกไว้ เป็นหนังสือที่เอาไดอารี่ของเธอทั้ง 46 เล่มมาสรุปและพิมพ์จำหน่ายในชื่อ 1 Litre of Tears ที่ทำให้ทุกคนประทับใจและจำหน่ายได้ถึง 1.2 ล้านเล่ม และหลังจากที่ละครเรื่องนี้ฉายเป็นละครแล้ว ยอดจำหน่ายได้เพิ่มขึ้นถึง 1.8 ล้านเล่ม ตอนสิ้นปี 2548

และไดอารี่ 1 Litre of Tears นี้ยังได้สรุปบันทึกที่ คิโตะ ชิโอกะ แม่ของอายะ เขียนเอาไว้ในเรื่อง อุปสรรคของชีวิต รวมอยู่ในไดอารี่ 1 Litre of Tears นี้ด้วย และวันที่ 23 พฤษภาคม 1988 อายะ ทิ้งความประทับใจเอาไว้ในโลกนี้ และเดินทางสู่สรวงสรรค์ รวมอายุได้ 25 ปี ละครเรื่อง 1 Litre of Tears นี้ เป็นละครชีวิตที่ให้กำลังใจกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้ โดยในละครเรื่องนี้ ได้แทนนามสกุลจริง คิโตะ เป็น นามสกุล อิเคอูจิ

 

   ฉันมีชีวิตต่อเพื่ออะไรกันนะ นี่คือ ประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46 เล่ม ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขียนไว้ตลอด ระยะเวลาที่ต่อสู้กับโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษานี้ คิโต อายะ เกิดปี 1962 เป็นโรคที่ชื่อว่า Spinocerebellar Degeneration ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในตอนอายุ 14 ปี เป็นโรคที่รักษาได้ยาก

อาการของโรคจะทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำงานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆเสื่อมลง และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง ซึ่งไดอารี่ทั้ง 46 เล่มนี้ ก็คือบันทึกการต่อสู้กับโรคตั้งแต่เริ่มมีอาการ จนถึงตอนที่อายะไม่สามารถ ควบคุมแขนของตัวเองให้เขียนได้ เสมือนเป็นเสียงตะโกนที่ร้องขอการมีชีวิตอยู่ต่อ จากส่วนลึกของหัวใจเธอ



          โรคนี้ทำไมถึงเลือกฉันนะ นี่คืออีก ประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46 เล่ม ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งทั้งๆ ที่เป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่ก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปกับโรคร้ายนั้น ทุกๆ วันที่ถูกรายล้อมไปด้วย ความรักทั้งของครอบครัว และคนรัก และเพื่อนๆ ที่คอยช่วยเหลือ ร้องไห้และหัวเราะด้วยกัน อยากใช้ชีวิตกันต่อไป เป็นละครชีวิตที่ให้กำลังใจกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้

 

ร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร เป็นอีก คำพูดหนึ่งที่ คิโตะ อายะ ได้พูดกับเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ตอนที่จะลาออกจากโรงเรียนไปอยู่ที่โรงเรียนคนพิการ เนื่องจากไม่อยากทำให้เพื่อนทุกคน ในห้องต้องลำบากใจ เพราะเพื่อนๆ ในห้องส่วนใหญ่กลัวจะเรียนไม่ทัน จะสอบต่อมหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะอาจารย์ต้องสอนช้าลง เพื่อให้ อายะ สามารถจดตามได้ทัน เนื่องจากเมื่ออายะ เป็นโรคนี้แล้ว ช่วงแรกก็ยังพอเดินได้ปกติ แต่หลังจากนั้นก็เดินได้ยากขึ้น จนในที่สุดเวลาจะเดินต้องนั่งรถเข็น และเวลาเขียนก็ไม่สามารถเขียนได้เร็วเท่าคนปกติ โดยที่จริงๆแล้ว อายะ ไม่อยากจะไปที่โรงเรียนคนพิการ แต่อยากจะอยู่ที่โรงเรียนกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องลำบากเพราะตนเอง จึงได้ตัดสินใจลาออก โดยที่เธอได้บอกกับเพื่อนๆว่า กว่าเธอจะตัดสินลาออกได้ ต้องนอนร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร 

 


          โรค Spinocerebellar Degeneration คือ โรคที่ยังไม่สามารถรักษาได้ อาการของโรคจะทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำงานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆ เสื่อมลง และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้แต่ละคนจะแตกต่างกันไป

          บางคนเมื่อเริ่มเป็นโรคนี้อาการจะค่อยๆเป็นหนักขึ้นอย่างช้าๆ แต่สำหรับบางคนอาการของโรคทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มทำให้ขาเดินได้ลำบาก จนต่อมาจะเดินไม่ได้ แขนและมือที่เคยจับเขียนได้ก็จะค่อยๆ จับและเขียนลำบาก จนสุดท้ายก็จะเขียนไม่ได้

          การรับประทานอาหารก็จะลำบากขึ้นและจะสำลักบ่อยครั้ง บางคนอาจถึงตายได้เนื่องจากอาหารติดคอ ผู้ป่วยจะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ เพราะยิ่งอาการหนักขึ้นเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เองมากขึ้นเท่านั้น เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร และยังไม่สามารถรักษาจนถึงปัจจุบัน ทำได้เพียงพยายามชลอให้อาการทรุดหนักช้าลง เท่านั้น

 

นักแสดงนำ

อิเคอุจิ อายะ (คิโตะ อายะ) นำแสดงโดย เอริกะ ซาวาจิริ

         อิเคอุจิ อายะ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ประสบกับโรคที่ชื่อว่า Spinocerebellar Degeneration เป็นโรคที่รักษาได้ยาก อาการของโรคคือทำให้ประสาทส่วนหลังที่เกี่ยวกับการควบคุมร่างกายค่อยๆเสื่อมลง และสูญเสียการควบคุมไปทีละอย่าง

          แรกเริ่มเธอก็เป็นเด็กสาวที่มีสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง สดใส และเป็นสมาชิกในชมรมบาสเกตบอลอีกด้วย แต่ต่อมาอาการก็เริ่มผิดปกติ เมื่อจู่เธอเริ่มหกล้มหลายครั้ง จนเมื่อค้นพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคร้าย เธอเริ่มไม่สามารถควบคุมการเดินได้ และเขียนหนังสือลำบากขึ้น มิซูโนะ แพทย์ประจำตัวของเธอจึง ให้เธอเขียนบันทึกทุกวัน เธอจึงเริ่มเขียน ไดอารี่ตั้งแต่วันที่รับรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย 

          อายะไม่เข้าใจว่าทำไมตนเอง เกิดมาและต้องประสบกับโรคร้ายนี้ มันเป็นการยากที่เธอจะทำใจได้ และ กว่าที่เธอจะสามารถพูดคุยกับคนรอบข้างได้อย่างสุขใจนั้น เธอต้องร้องไห้เสียน้ำตาอย่างมากมาย เพื่อทำให้คนรอบข้างเห็นว่าเธอยังแข็งแรงและดูมีความสุข ถึงแม้ว่าเธอจะป่วยหนัก แต่เธอยังมีเพื่อนสนิทและสมาชิกในครอบครัวคอยให้กำลังใจและดูแลเธออยู่เคียงข้างตลอดเวลา

          อายะ เขียนไดอารี่ระบายสิ่งที่เธอคิดอยู่ในใจ โดยบางข้อความผู้ที่ได้อ่านพบก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดแฝงอยู่ในนั้น และบางข้อความก็ให้กำลังใจกับตนเองและผู้อ่านจนกระทั่ง ไดอารี่ของเธอได้ถุกนำไปตีพิมพ์ประกอบในหนังสือ 1 Litre of Tears

(ดูเรื่องนี้ไปได้ซักพักแล้วจะรู้สึกว่า อายะจัง น่ารักมาก แล้วอินมากๆ ร้องไห้กับไปหลายลิตรเลยทีเดียว <-- เวอร์ คือพอดูเรื่องนี้จบก็ชอบเอริกะอะ จนมี เบสึนิ นั่นแหละ แต่ก็นะ นับถือในด้านการแสดงเลยอ่า ร้องไห้ตามเยอะมากกกกกก)

 

อะโซ ฮารุโตะ นำแสดงโดย นิชิคิโด เรียว

          เพื่อนนักเรียนห้องเดียวกันกับ อิเคอุจิ อายะ เขาเป็นคนที่ไม่สนใจในชีวิตหลังจากที่พี่ชายเสียชีวิตลง ทำให้เขาเป็นคนไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น เขาเป็นลูกชายของเจ้าของโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามเขาไม่อยากจะเรียนและดำเนินตามรอยผู้เป็นพ่อ

          จนกระทั่งเมื่อมีโอกาสได้พบและรู้จักกับ อายะ มิตรภาพ ระหว่างเขาและเธอที่มีต่อกันทำให้ต่างฝ่ายคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และ เมื่อเขารู้ว่าอายะ เป็นโรคที่รักษาไม่หาย เขาก็ไม่ได้รังเกียจ แต่กลับเป็นคนที่คอยให้กำลังใจอายะ และกลับมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ฮารุโตะศึกษาโรคที่อายะเป็น เขาหวังเพียงเสี้ยวหนึ่งว่าจะหาทางรักษาเธอให้ได้ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจมุ่งมั่นเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์ได้ในที่สุด และพยายามจะดูแลอายะจวบจนช่วงสุดท้ายของชีวิต

(เมื่อก่อนไม่เคยสนใจเรียวเลยซักนิด ก็แค่รู้จักเพราะว่าโดยส่วนตัวแล้วรักยามะพี แต่ว่าพอดูเรื่องนี้แล้วเรียวเท่ห์อ่า เป็นอาโซได้เหมือนมาก ชอบตอนที่บอกรักอายะอ่า  สุภาพบุรุษมากกกกก รักแระ แล้วยิ่งพอได้ดูเรียวตอนเป็นโชตะแล้วเนี่ยนะ ยกให้เป็นหนึ่งในลีสเหอะ)

 

 

อิเคอุจิ ชิโอกะ นำแสดงโดย ยากูชิมารุ ฮิโรโกะ

         
มารดาของอิเคอุจิ อายะ มารดาที่พยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อลูกสาวและแบ่งปันความรู้สึกของอายะทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ( ให้สังเกตตัวละครตัวนี้ไว้ ให้ดีครับ หัวอกของคนที่เป็นแม่นี่คนนี้เลย คุณยากูชิมารุเล่นสมบทบาท มากและถ้าใครดูเบื้องหลังการถ่ายทำจะเห็นว่าเธออินไปกับเรื่องแม้กระทั่ง อยู่ในช่วงพักกองด้วย )

(คนนี้ ไม่ค่อยรู้รายละเอียดอะไรมากนัก รู้แต่ว่า เรียกน้ำตาจากไอ้นุ่มได้เยอะเลยแหละ คือแบบ รู้สึกอินมากๆ สุโกย)

 

อิเคอุจิ มิซึโอะ นำแสดงโดย จินนะอิ ทาคาโนะริ 

          บิดาของอายะ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวและเปิดกิจการครอบครัวเป็นร้านจำหน่ายเต้าหู้ เขาเป็นคนที่ขยันและรักครอบครัว พยายามให้ความรักกับ ลูกๆทุกคน หลังจากที่เขาทราบว่าเธอเป็นโรคร้าย เขาจึงคอยดูแลและห่วงใยเธอเป็นพิเศษ และขยันทำงานยิ่งขึ้นเพื่อหาเงินมารักษาลูกสาวของเขา

(เป็นพ่อที่น่ารักมากกกกก น่ารักมาก เพราะมีครอบครัวแบบนี้ด้วยมั๊ง เลยทำให้ยิ่งเศร้า)

 

อิเคอุจิ อักโกะ  นำแสดงโดย นารุมิ ริโกะ

          น้องสาวของ อายะ อักโกะรู้สึกเหมือนกับว่าได้รับความรักจากพ่อแม่น้อยกว่าอายะเพราะคิดว่าพ่อแม่ลำเอียง จึงทำให้เธอทัศนคติไม่ดีต่อพ่อแม่และพี่สาว แต่เมื่อรู้ว่าอายะประสบกับโรคที่รักษาไม่หาย ทำให้เธอห่วงใย และคอยดูแลอายะเป็นอย่างดี อักโกะพยายามสานฝันของพี่สาวที่อยากเรียนจบจากเมวะไดฮิกาชิ และสามารถทำได้ในที่สุด (อายะเรียนไม่จบ เพราะอาการของโรคทำให้ต้องพึ่งพาคนอื่นมากเกินไป)

(อักโกะจังเห็นตอนแรกแล้วรู้เลยว่าต้องเป็นอย่างนี้ แต่ว่าพอดูไปได้แล้วซักพักเนี่ย น่ารักว่ะ คือพูดถึงตัวอักโกะนะ เรียกน้ำตาเราได้เยอะพอสมควร ชอบตอนที่ลากฮิโรกิกลับบ้านแล้วตบหน้าอะ น้ำตาไหลหมดกระดาษทิชชูไปเยอะ แล้วตัวริโกะจังเองเนี่ยก็น่ารักด้วยอ่า ทำไมตอนแรกกุุคิดว่ามันไม่สวยว๊ะ ฮ่าๆ อยากบอกว่าคนนี้ ผมสวยมาก น่ารักได้อีกเหอะ)

 

มิซึโนะ ฮิโรชิ  นำแสดงโดย นาโอะฮิโตะ ฟุจิกิ 

          หมอหนุ่มสุดหล่อ ผู้ชำนาญด้านประสาทของมนุษย์ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวของ อิเคอุจิ อายะ ผู้เป็นคนดูแลตั้งแต่ช่วงต้นของโรคจนกระทั่งอายะสิ้นชีวิต เขาให้กำลังใจเธอให้ต่อสู้กับโรคร้ายนี้ และพยายามคิดค้นหาวิธีรักษาโรคร้ายแม้ว่าโอกาสนั้นจะริบหรี่ก็ตาม ในยามที่ท้อแท้เขากลับได้แรงกำลังใจจากอายะ ที่มุ่งมั่นกับการใช้ชีวิตเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายก่อนที่เธอจะเสีย

(คุณหมอมิซึโนะ อยากบอกว่าตอนแรกแอบไม่ชอบ ประมาณว่าอารมณ์ค้างจากProdai ฮ่าๆ แต่พอดูไปแล้วชอบเลย แม้จะยังไม่ลืม prodai ก็เหอะ อ่านะ เท่ห์ดี ชอบตอนที่เดินออกมาจากร้านอาหารที่สุด ซะงั้น ทั้งๆที่มันไม่ได้มีอะไรเลยก็เหอะนะ)

 

อิเคอุจิ  ฮิโรกิ ( น้องชาย )

(น้องชายเนี่ย เหมือนจะไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่อะ แต่ก็เด่น ชอบตอนที่ร้องไห้ที่โดนอักโกะว่ามากๆๆๆๆๆๆ ชอบๆๆ คนนี้ไม่รู้จักว่าเป็นใครมาจากไหนด้วย ไม่มีข้อมูล)

 

 

อิเคอุจิ  ริกะ ( น้องสาวคนสุดท้อง )

(ริกะจังเนี่ย จะบอกว่า ยิ้มได้จิกมาก เห่อ เห่อ เด็กแค่เนี๊ย....แล้วก็หน้าเหมื่อนโอโต้ซังมากๆ ไม่รู้ว่าเป็นพ่อลูกกันจริงป่าว แต่ว่าน่ารักอ่า งุงิ งุงิ)

 

โออิคาวะ อาซึมิ นำแสดงโดย Oonishi Asae

         
เด็กสาวผู้ที่ประสบโรคร้ายเช่นเดียวกับอายะ เธออายุมากกว่าอายะนิดหน่อย ภายหลังจากเป็นโรคได้เข้ามาเรียนต่อในโรงเรียนคนพิการและเป็นผู้แนะนำ การใช้ชีวิตให้กับอายะ  นักแสดงรับเชิญในบทนี้ตอนที่ดูเห็นเธอครั้งแรก สงสัยว่าทำไมเล่นเก่งจัง ( เล่นเหมือนกว่าเอริกะอีกนะ ) ลองค้นดูข้อมูลถึง ได้ทราบว่าเธอรับบทเป็นคิโตะ อายะในภาคภาพยนต์ครับ

(คนนี้ เล่นได้น่ากลัวมาก แบบว่า เหมือนมาก เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเล่นเวอร์ชันมูฟวี่มา ถึงว่าแหละเนาะ ออกมาไม่ค่อยเยอะมาก ยังไม่เคยดูเวอร์ชันหนังก็เลยไม่มีข้อมูล)

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

โดยส่วนตัวแล้วก็อยากให้ซีรีย์ญี่ปุ่นบูมอ่า แต่ไม่รู้ว่าจะหวังเยอะไปป่าว ก็คือว่า อยากให้คนอื่นได้ดูหนังดีๆบ้าง ได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่ต่างจากหนังไทยหรือว่าเกาหลี ซึ่่งก็ไม่ได้ต่างกันเลย น้ำเน่าและโคตรยืด  คือ ถ้าคนที่ติดละครไทยหรือว่าซีรีย์เกาหลีแล้วมาดูซีรีย์ญี่ปุ่นเนี่ย อาจจะไม่ชอบ เพราะว่าของญี่ปุ่นจะไม่เน้นน้ำเน่า ไม่เน้นรัก แต่จะเน้นสมจริงหรือว่าเป็นเรื่องเฉพาะมากกว่า อย่างเช่นเกี่ยวกับอาชีพหรืออะไรพวกนี้ ที่สำคัญ ไม่ยืดเยื้อ หนังส่วนใหญ่มี 12 ตอน เท่ากับ 12 ชั่วโมง ไม่ถึง 1 ใน 3 ของหนังไทยหรือเกาหลี

ก็ได้แต่หวังว่าเรื่องนี้จะสร้างกระแสได้ล่ะน้า (หลังจากฮานะ โยริฯ) แต่เแอบเสียดายมาฉายช่องนี้ คนไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่ นี่ถ้าเป็นช่อง 7 นะ มีลุ้น

เรื่องนี้ตอนที่ฉายอยู่ที่ญี่ปุ่น (2005) ก็ไม่ได้มีเรตติ้งดีเท่าไหร่ตอนแรก แต่ไปได้ซักพักเนี่ยเรตติ้งกระฉูดมาก หวังว่าที่ไทยก็จะเป็นอย่างนั้นอ่านะ

 ของเค้าดีจริงอ่า ก็เลยอยากให้คนอื่นได้ดูด้วย เผื่อได้พรรคพวกเพิ่ม ฮ่าๆ แต่ว่านะ แอบชอบดูเป็นภาษาญี่ปุ่นมากกว่าอ่า อินกว่าเยอะ ไม่ใช่ว่าเค้าพากษ์ไม่ดีนะ พากษ์ตรงดีนั่นแหละ แต่ว่ามันชินกับการดูหนังซาวแทรคแล้วนะสิ

 

พูดถึงเรื่องนี้ คุโรซากิ มีหวังจะได้ดูแบบภาคญี่ปุ่นมั๊ยอะ กลัวรับไม่ได้กับเสียงพากษ์ อีกอย่างนะ เค้ารักเสียงยามะพี เห่อ เห่อ

บอกว่าจะดัน 1 litre of tears ก็ไปเรื่องอื่นซะงั้น

แต่ขอเหอะ kurosaki อันนี้ดีจริงนะ ดูเวอร์ชั้นซีรีย์แล้วโคตรชอบ พอรู้ว่าทำเป็นหนัง นึกว่าจะได้บินไปดูที่ญี่ปุ่นซะแล้ว (เวอร์ซะ) แต่ก็โชคดีที่ M Picture เอาเข้าไทย แต้งๆๆๆๆ ตอนนี้ภาวนาให้เอ็มพิคเจอร์กับแกรมมี่่จีบพีติด จะได้มาโปรโมทในไทย จะไปหา....เห่อเห่อ ขอให้ได้ด้วยเถอะ สาธุ ได้ข่าวว่าช่วงนี้งานไม่ค่อยหนักแล้ว

 

ลืมแปะเครดิต

ข้อมูลจาก JKDRAMAS.COM และ Pantip โดย คุณ beos
ภาพประกอบจาก Pantip
บทความจาก http://news.popcornfor2.com/file_html/121013929270/121013929270.html

 

ไปแระ ยาวเกิน

 

 

ปล.

คิดถึงซัมวันค่อดๆ

 

ปล. 2

พรุ่งนี้กลับบ้าน ทำไมกูต้องกลับตอนมันใช้ไวเลสได้แล้วว๊ะ

 

ตอนนี้ deathnote anime มาแว้ววว ไปลูก่องน้าาาาาา

เมื่อไหร่ L จะออกเป็น DVD อ่า หรือออกแล้ว

 

#1มาป่วน* คับ

ฝันดี^^
^^ on 2008-05-09 00:23:41
#2อยากให้ซีรีย์ญี่ปุ่นบูมเหมือนกัน ชอบดูนะ แต่เรื่องนี้กลัวจัง ดูแล้วคงน้ำตาร่วงไม่หยุดแน่ๆ


(T________T)
itsumademo i wanna be wiz you on 2008-05-11 16:16:43
#3อยากดูจังเลย
^_^
ขนมขาเปีย on 2008-05-13 15:01:47

Post Comment






พิมพ์ตัวอักษรตามที่เห็น
คำว่า "นก" ภาษาอังกฤษสะกดว่าอยา่งไร? (คำถามป้องกันสแปม)







♪แชทรูม

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox
  • Sport Shoes : Where to buy Shoes like running, tennis, nike, adidas
  • Fashion Shoes : Shopping for fashion Shoes like merrel, crocs, MBT
  • Car Seats : Where to buy Britax and Graco car seats
  • Swing systems : Shopping for Swing systems, Playards, Highchair
  • Golf : Shopping for Golf Clubs & Golf Balls
  • Apple iPod : Shopping for New iPod, new iPhone & accessories

ainoombaa